วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

สิ่งที่เรามองข้าม

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

อ่านแล้วมีกำลังใจ

มีคนเคยบอกว่า...

ชีวิตคือการเดินทาง ที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
แต่ละวัน เราก้าวไปบนเส้นทาง
ที่เราเลือกที่จะเดิน และเลือกที่จะเป็น
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทางข้างหน้าจะเป็นยังไง
คงไม่มีใครอยากให้มันผิดพลาด
อยากให้หนทางของเรานั้นสวยงามไปในแบบที่เราคิด
บางวัน... เราก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
เร็วจนแทบจะวิ่งด้วยความเชื่อมั่น
บางวัน... ใจดวงเดิมของเรามันก็กลับฝ่อ
เราแทบจะหยุดนิ่ง หมดแรง
ไม่เข้าใจกับหลายๆสิ่ง ที่ไม่ได้คาดคิดเอาใว้
บางวัน เราจึงขอเดินให้ช้าลงซักนิด
เพื่อที่จะได้มีเวลาคิด ทบทวน
หรือชื่นชมทิวทัศน์ข้างทางบ้าง
จนบางทีก็มารู้ตัวว่าเราอาจจะไปผิดทางด้วยซ้ำ
หรือสงสัยว่า ตัวเองกำลังหลงทางอยู่รึปล่าว
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ได้เจอกับทางออก
เพราะอย่างน้อย...
เราก็ได้ลองไปในที่ที่ไม่เคยไป
หรือเราอาจจะกำลังไปในที่ที่ไกลกว่าเดิมก็ได้
หากชีวิตคือการเดินทางจริงๆ
เมื่อมีเริ่มต้น...
ก็ต้องมีจุดหมายปลายทาง
และมีทางออกให้กับทุกเส้นทางเสมอ
ให้เวลากับหนทาง
แล้วมันจะพาไปเจอกับเรื่องใหม่ๆ
และแม้บางครั้ง
หนทางจะพาเราย้อนกลับมาเจอเรื่องเดิมๆอย่างหนีไม่พ้น
เราอาจจะต้องหัวเราะ และร้องไห้ไปอีกซักกี่ครั้ง
ก็ไม่เป็นไรหรอก...
เพราะทุกขณะที่ผ่านไป
เรากำลังได้บทเรียนเพิ่มขึ้นมา
และจงทำความรู้จักกับความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น
ให้ตัวเองได้ลองทำ
แล้วทุกอย่าง ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี...

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

Magic love



ไม่คิดว่าจะมีใคร 
ที่จะมารักและคอยใส่ใจกับตัวฉัน 
จากวันที่เราพบกัน 
เธอทำให้ฉันพบวันและคืนต่างไปมากมาย 

เหมือนเรามีอะไรตรงกัน 
เหมือนมันเป็นวันเวลาได้เจอ พบคนที่ตรงใจ 
เพราะเราคือคนมีความรัก ใช้หัวใจเพื่อค้นหา 
หาจนเจอะเธอ คนที่ฉันเคยฝันมานาน 

อยากบอกว่ารักของเธอเหมือนมนต์วิเศษ 
A magic love I serenaded 
เหมือนหัวใจโบยบินไปไกลสุดปลายฟ้า 
เธอทำให้ฉันค้นพบโลกใหม่ ที่ยังไม่คุ้นตา 
และต่อจากนี้ไม่ว่าต้องเจออะไร จะรักเธอจนหมดใจ 

ถนนที่ฉันเคยเดิน มันดูจะนุ่มละมุน 
อ่อนโยนด้วยกลีบดอกไม้ 
บทเพลงที่ฟังผ่านไป กลับมีความหมาย 
เหมือนไม่ใช่โน้ตตัวเดิม 

ฉันจะไปกับเธอ เราจะเติมเรื่องราวในใจ 
ถ้ามันจะเป็นทางไกล ที่มีเธอนั้นเดินเคียงข้าง 
รักเธอจนหมดใจ เธอคือทุกอย่าง 
ตั้งแต่วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไป 
ยังมองไม่เห็นหนทางอื่น ฉันต้องรักเธอ 

อยากบอกว่ารักของเธอเหมือนมนต์วิเศษ 
A magic love I serenaded 
เหมือนหัวใจโบยบินไปไกลสุดปลายฟ้า 
เธอทำให้ฉันค้นพบโลกใหม่ ที่ยังไม่คุ้นตา 
และต่อจากนี้ไม่ว่าต้องเจออะไร จะรักเธอจนหมดใจ 





http://www.youtube.com/watch?v=lPkZy5fBuFI
http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=view&artist=!!e0aacdc3ecc3d5e820e1bac5e7a4&song=!!e0c1a8d4a120e0c5d4bf20284d61676963204c6f766529

มังคุดทำลายเซลล์มะเร็ง

สตรีนักวิทย์ศึกษาสารสกัดจากเปลือกมังคุด พบฤทธิ์จู่โจมเฉพาะเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยไม่สร้างความเสียหายให้เซลล์ดีที่อยู่รายรอบ มั่นใจงานวิจัยสามารถพัฒนาเป็นยามะเร็งประสิทธิภาพสูงในอนาคต




รศ.ดร.รมิดา วัฒนโภคาสิน ภาควิชาเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เปิดเผยว่า ใช้เวลากว่า 2 ปีศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งจากสมุนไพร หลังจากเชื่อว่าสมุนไพรบางชนิด อาทิ มังคุด ขมิ้นชัน ใบพุทรา สามารถต้านเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ ผลจากการทดสอบพบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี แม้จะใช้เพียงเล็กน้อยเพียง 4 มิลลิกรัมก็ตาม

สารสกัดจากเปลือกมังคุดที่นำมาใช้ในการศึกษานี้ ได้รับการสนับสนุนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยการทดสอบพบว่า สารสกัดในปริมาณ 4 มิลลิกรัมดังกล่าว สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้กว่า 50% ของเซลล์มะเร็งทั้งหมด และจากการขยายผลนำสารสกัดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งอื่น ก็พบว่าสามารถออกฤทธิ์ดีในการทำลายเซลล์มะเร็งลำไส้และเซลล์มะเร็งตับ

นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ศึกษาเทคนิคการรักษามะเร็งด้วยยีนบำบัด โดยนำสารสกัดจากมังคุดใส่ในเม็ดบีดขนาดจิ๋วระดับนาโน จากนั้นอาศัยไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนตัวและไม่เป็นอันตราย เป็นตัวนำเม็ดบีดนั้นเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถที่จะประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดจาง ส่วนสารสกัดจากสมุนไพรขมิ้นชันและใบพุทรา ยังอยู่ระหว่างการศึกษา 












http://www.numwan.com/health/view.asp?GID=28

เจ้าหญิงก้อนหิน กับเจ้าชายหยดน้ำ

หลังจากผิดหวังในความรัก เจ้าหญิงก็เสียใจ นั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว
จนร่างกายค่อยกลาย เป็นหิน

ชายใดสามารถทนกอดก้อนหินได้ด้วยความรักจริงก้อนหินจะกลับมาเป็นเจ้าหญิงงดงามดั่งเดิม

เจ้าชายน้ำหยดอ่านแผ่นป้ายหน้าก้อนหินรูปทรงประหลาดอย่างสนใจ

"ต้องกอดนานเท่าไหร่"  เจ้าชายถาม คนเฝ้าก้อนหิน

"ไม่รู้ เพราะยังไม่มีใครทนกอดได้สำเร็จสักคน" คนเฝ้าก้อนหินตอบโดยไม่เงยหน้า

"เราจะกอดเจ้าหญิงเอง"

แล้วเจ้าชายก็ค่อยๆนั่งลงบรรจงกอดก้อนหินอย่างทะนุถนอม

หนึ่งปีผ่านไป เจ้าชายน้ำหยดยังกอดก้อนหินอยู่

"นี่ท่านยังกอดก้อนหินอยู่อีกหรือ" คนเฝ้าก้อนหินรู้สึกทึ่งกับความอดทนของเจ้าชาย

"ท่านทำได้อย่างไร" "

"เพราะข้าอยู่กับปัจจุบัน" เจ้าชายเห็นคนเฝ้าก้อนหินงง เจ้าชายจึงอธิบายต่อ

"ถ้าท่านกอดก้อนหินหนึ่งวัน ท่านทำได้หรือไม่"

"สบายมาก" คนเฝ้าก้อนหินตอบโดยไม่ต้องคิด

"แล้วถ้ากอด สองวัน ล่ะ"

"อาจเริ่มเบื่อนิดๆ"

"แล้วถ้า สามวัน สี่วัน หรือสิบวันล่ะ"

"ไม่เอา ข้าไม่มีความอดทนขนาดนั้นหรอก"

"นั่นเพราะท่านไม่อยู่กับปัจจุบัน... ท่านคิดไปก่อนล่วงหน้าว่าไม่ไหว"

"ข้าไม่เข้าใจ"

"ในเมื่อท่านบอกว่ากอดก้อนหินหนึ่งวันได้สบายมาก พรุ่งนี้หรือวันต่อไป มันจะต่างกันตรงไหน มันก็เป็นแค่หนึ่งวันผ่านไปเช่นเดียวกัน"

เจ้าชายลูบก้อนหินราวกับมีชีวิต
"ในสายตาท่าน อาจจะเห็นว่าข้ากอดก้อนหินนี้มาเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ในความรู้สึกข้า
ข้าเพิ่งกอดเจ้าหญิงผ่าน 'หนึ่งวัน' มาแค่ 365 ครั้งเท่านั้นเอง"

"ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ช่างมันเถอะ ข้าต้องการรู้แค่ว่าที่ท่านกอดก้อนหินเพราะท่าน "รักเจ้าหญิงจริง หรือเพราะต้องการเอาชนะ"

"ข้ารักจริง" ปากเจ้าชายตอบโดยมือยังไม่คลายกอดจากก้อนหิน

"เอาอย่างนี้ละกันท่าน... นั่นน่ะมันแค่ก้อนหิน ส่วนข้าสิ 'เจ้าหญิงตัวจริง"
คนเฝ้าก้อนหินลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อผ้าชุดมอมแมมออก

"ข้าว่า... ท่านมากอดข้าดีกว่านะ" 



http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=35d671c1bd9b42c6&pli=1

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

บทความนี้อ่านแล้วชอบมากขะ คติธรรมสำหรับคู่รัก

- จงรักด้วยสมอง แต่อย่ารักจนขึ้นสมอง

            - ที่ใดมีรัก (อย่างขาดสติ)  ที่นั่นมีทุกข์

            - ที่ใดมีรัก (อย่างมีสติ) ที่นั่นมีสุข

            -ความรัก ควรถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน ไม่ใช่เป็นตัวทำลายอนาคต

            - รักแท้ที่ยั่งยืน ควรวางรากฐานอยู่บนทฤษฎี ๔ ส. กล่าวคือ

                        ๑. สมศรัทธา     มีศรัทธาเสมอกัน (เชื่อมั่นศรัทธาในสิ่งเดียวกัน)

                        ๒. สมศีลา         มีศีลเสมอกัน (ไม่นอกใจซึ่งกันและกัน)

                        ๓. สมจาคา       มีความเสียสละเสมอกัน (ลืมความเป็นเธอ ลืมความเป็นฉัน หลอมกันเป็นเรา)

                        ๔. สมปัญญา     มีปัญญาเสมอกัน (มีระดับสติปัญญาเสมอหรือใกล้เคียงกัน)

            - อย่ารักจนหน้ามืดตามัว จนมองไม่เห็นหัวกฏเกณฑ์ทางจริยธรรมของสังคม

            - อย่ารักจนหน้ามืดตามัว กระทั่งมองไม่เห็นหัวของมารดรบิดาบังเกิดเกล้า

            - ทุกครั้งที่มีความรัก ควรเผื่อใจไว้สำหรับการอกหักที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ

            - ที่ใดมีรัก  ที่นั่น (อาจมีทุกข์) ที่ใดมีกิ๊ก  ที่นั่นมีกรรม, ที่ใดมีชู้ ที่นั่นมีช้ำ

            - ทุกคนที่มีความรัก ควรภาวนาคาถากันน้ำตาไหลที่ว่า ไม่แน่  ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์ เอาไว้เสมอ

            - เลือกคนรักอย่ามองแค่หน้าตา แต่จงพิจารณาไปถึงนิสัย  สติปัญญา  และคุณธรรม

            - ผู้ชายจงมองให้เห็นความเป็นแม่ที่มีอยู่ในผู้หญิง ส่วนผู้หญิงจงมองให้เห็นความเป็นพ่อที่มีอยู่ในผู้ชาย

            - ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต อย่าอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความรักจนเสียผู้เสียคน

            - จงเรียนรู้ที่จะพัฒนาความรักจากระดับสามัญไปสู่รักที่สร้างสรรค์เพื่อ เกื้อกูลโลก เพราะมนุษย์ทุกคนมีความสามารถที่จะรักได้มากกว่าการรักตัวเอง รักแท้ที่ควรสร้างสรรค์มี ๔ ระดับ คือ

                        ๑. รักตัวกลัวตาย            (รักพื้นฐานระดับสัญชาตญาณ)

                        ๒. รักใคร่ปรารถนา          (รักอิงกามารมณ์)

                        ๓. รักเมตตาอารี             (รักอิงสายเลือดและสายสัมพันธ์)

                        ๔. รักมีแต่ให้                  (รักที่ลอยพ้นอัตตา ต้องการพัฒนาทั้งโลกให้มีความสุข)